20 ร้านกาแฟเก๋ๆ เอาใจคอกาแฟที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือ บอกเลยการตกแต่งและรูปแบบร้านกาแฟเก๋กู๊ดมาก
สำหรับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่หรือแถบตัวอำเภอต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัดในปัจจุบันนั้น เนื่องมากจากจำนวนคนที่แออัด ทำให้พื้นที่เงียบและสงบมีจำนวนน้อย เพื่อน ๆ หลายคนจึงมองหาสถานที่ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานในชีวิตประจำวัน อย่างร้านกาแฟ หรือคาเฟ่สไตล์เก๋ ๆ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ วันนี้เราเลยแวะไปรวมเอาร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แถมยังสามารถนั่งอ่านหนังสือชิล ๆ ได้ด้วยมาฝากกันจ้า ส่วนจะมีร้านไหนโดนใจ สะดุดตาจนน่าไปลิ้มลองเมนูกาแฟหอมกรุ่นกับเมนูของหวานกันบ้าง ลองตามไปชมกันเลยจ้า
1. Too Fast Too Sleep
สำหรับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่หรือแถบตัวอำเภอต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัดในปัจจุบันนั้น เนื่องมากจากจำนวนคนที่แออัด ทำให้พื้นที่เงียบและสงบมีจำนวนน้อย เพื่อน ๆ หลายคนจึงมองหาสถานที่ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานในชีวิตประจำวัน อย่างร้านกาแฟ หรือคาเฟ่สไตล์เก๋ ๆ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ วันนี้เราเลยแวะไปรวมเอาร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แถมยังสามารถนั่งอ่านหนังสือชิล ๆ ได้ด้วยมาฝากกันจ้า ส่วนจะมีร้านไหนโดนใจ สะดุดตาจนน่าไปลิ้มลองเมนูกาแฟหอมกรุ่นกับเมนูของหวานกันบ้าง ลองตามไปชมกันเลยจ้า
มาเริ่มต้นกันที่ร้านแรกนั่นก็คือ ร้านกาแฟใจกลางเมืองกรุงสุดชิล ที่ตอบโจทย์ในทุกคำถาม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่เงียบสงบนั่งอ่านหนังสือ หรือคิดไอเดียบรรเจิดในการทำงาน แถมยังเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ตอบโจทย์คนที่ต้องนอนดึกหรือตื่นขึ้นมาทำงานดึก ๆ อ่านหนังสือดึก ๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับลักษณะของร้านให้ความรู้สึกเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่สไตล์อังกฤษที่หลุด ออกมาจากในหนัง เน้นการใช้โทนสีน้ำตาลสีไม้อ่อนและสีน้ำเงินให้ความรู้สึกสบาย ๆ อบอุ่นเหมือนนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน รวมไปถึงโต๊ะ เก้าอี้ หรือจะเลือกนั่งเบาะที่พื้น นอนเล่นที่โซฟา ที่นี่ก็มีพร้อมบริการทุกอย่างเช่นกัน สำหรับเมนูแนะนำของร้าน ได้แก่ เครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ เช่น กาแฟผสมนมช็อกโกแลต โรยหน้าด้วยผงช็อกโกแลต, กาแฟแบบมอคค่าใส่ช็อกโกแลต (ที่ให้ความก้ำกึ่งระหว่างกาแฟแบบลาเต้กับมอคค่า) และกระเจี๊ยบรูทเบียร์ ส่วนเมนูของหวานเป็นโฮมเมด ทำเอง คิดสูตรเอง อย่าง เครปเค้ก, เบเกอรี่, ช็อกโกแลตบราวนี่ เป็นต้น
บริการ : Free Wifi และสามารถเสียบปลั๊กไฟได้ทุกจุดของร้าน
เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ที่อยู่ : 754 ถนนพระราม 4 ตรงข้ามจามจุรีสแควร์ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 08 6300 9955
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Too Fast Too Sleep
2. Aree Garden
โครงการ อารีย์การ์เด้น (Aree Garden) เป็นโครงการในย่านซอยอารีย์ ที่เป็นแหล่ง Hang out แห่งใหม่ของคนเมือง มีพื้นที่ขนาดกะทัดรัด 1 ไร่ ภายในโครงการเน้นไอเดียการตกแต่งและจัดวางแบบธรรมชาติ ด้วยการยกป่ามาไว้ในเมืองกรุงเลยก็ว่าได้ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้เป็นที่สำหรับพักผ่อนคลายของชาวกรุง สำหรับร้านกาแฟภายในโครงการก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น ชับบี้ช้างเบเกอรี่แอนด์กิ๊ฟช็อป (Chubby Chang's Bakery & Gift Shop) ร้านของคู่รักลูกครึ่งเยอรมันและอเมริกัน จัดเป็นมุมสำหรับทำอาหารและเบเกอรี ที่ทำกันสดๆ ในร้าน และยังมีมุมเล็ก ๆ สำหรับเด็กให้ระบายสีส่วนอีกมุมเป็นมุมกิ๊ฟช็อป พร้อมทั้งของไทยและต่างประเทศให้เลือก ร้านริซ่า ราโม่ (Risa Lamo) ร้านนี้มีโซนให้นั่งเล่นบริเวณชั้น 2 และบริเวณด้านหน้าใต้ร่มไม้, โพลก้าดอทคาเฟ่ (Polka dot cafe) ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโครงการอารีย์การ์เด้น เน้นการตะแต่งร้านด้วยโทนสีขาวดำและโดดเด่นที่เคาน์เตอร์บาร์ลายจุดขายดำ
บริการ : Free Wifi
เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการวันอาทิตย์-พฤหัสบดี เวลา 06.30-22.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ เวลา 06.30-24.00 น.
ที่อยู่ : ซอยอารีย์สัมพันธ์ 11 ตรงข้ามกระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 0 2617 1599
เว็บไซต์ : areegarden.com
3. Librarista
ร้านกาแฟกึ่งห้องสมุดหนึ่งเดียวในเชียงใหม่ที่ให้บริการทั้งกาแฟรสชาติอร่อย พร้อมด้วยของหวานอย่างเค้กและเบเกอรี่หลากหลายอย่าง โดยดัดแปลงบ้านให้มาเป็นร้านกาแฟสุดเก๋ ในบรรยากาศที่น่ารัก ภายในร้านแบ่งออกเป็น 4 โซน คือ โซนนอกร้าน สำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศของการนั่งจิบกาแฟนั่งใต้ร่มไม้เย็น ๆ รับลมสบาย ๆ โซนภายในร้านที่เน้นการตกแต่งร้านแบบโมเดิร์น โซนห้องประชุม เป็นห้องสำหรับให้นักเรียน วัยรุ่น รวมทั้งวัยทำงานได้มีสถานที่สำหรับติวหนังสือ และโซนห้องสมุด ที่ถือเป็นจุดเด่นของร้านกาแฟแห่งนี้ เพราะเป็นห้องสมุดขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยหนังสือต่าง ๆ มากมาย แต่มีการจำกัดการใช้ห้องสมุดไว้ 2 ชั่วโมงต่อ 1 บิล เพราะทางร้านต้องการให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันอย่างทั่วถึง แต่ถ้าใครที่อยากยืมหนังสือกลับบ้านก็ได้เช่นกันเพราะทางร้านมีระเบียบการ ยืม-คืนหนังสือด้วย
บริการ : Free Wifi
เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
ที่อยู่ : ถนนนิมานเหมินทร์ ซอย 5 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 0 5389 5678
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก Librarista
4. The Third Place Club
Third Place Club ที่ตั้งขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า Mobile Office หรือสถานที่ที่รวมเอาบ้าน ที่ทำงาน และจุดนัดพบระหว่างเพื่อนไว้ในสถานที่แห่งเดียวกัน มีเครื่องดื่มและของว่างและมี อินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงไว้บริการ คุณจะเพลิดเพลินและทำงานได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังเอาใจคอกาแฟและคลับสำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักในการใช้ชีวิตอิสระ ตัวร้านมีลักษณะทรงสูงแบบกล่องสี่เหลี่ยม ส่วนวัสดุที่ใช้เป็นส่วนใหญ่เป็นปูน, เหล็ก, ไม้ และกระจก ผสมผสานในสัดส่วนที่พอดีกัน โดยดีไซน์ร้านแบบโมเดิร์นบวกกับความทันสมัย ถือเป็นร้านกาแฟดีไซน์เท่ๆ เหมาะกับการพักผ่อนและการทำงาน พร้อมด้วยเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น พร้อมด้วยขนมต่าง ๆ ให้บริการอีกด้วย
บริการ : สอบถามโดยตรงจากร้าน
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-22.00 น.
ที่อยู่ : 137-137/1 ซอยทองหล่อ 10 อาคาร ชั้น 1 เดอะเทิร์ดเพลสแบงค็อก ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 027147929
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก The Third Place Bangkok
5.The Bookshop
The Bookshop Cafe เป็นร้านอาหารกึ่งบาร์เล็ก ๆ โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง Alice in Wonderland แต่ ก็ให้อารมณ์ละม้ายเข้าไปอยู่ใน Hogwarts ในหนังเรืองแฮรี่พอตเตอร์ อยู่เหมือนกัน ซึ่งร้านจะมีบรรยากาศสบาย ๆ น่านั่งจิบเครื่องดื่ม ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ด้วยเฟอร์นิเจอร์แปลกตา เพดานร้านที่ตกแต่งด้วยหนังสือห้อยย้อยลงมาดูสวยงามไปอีกแบบ ส่วนโซนที่นั่งมีการจัดวางแบบผสมผสานระหว่างเก้าอี้ทรงสูง และโซฟาไว้ในจุดต่าง ๆ อย่างสวยงามส่วนเมนูอาหารของร้านเน้นประเภทอาหารยุโรป และอาหารสัญชาติไทย ๆ ให้บริการพร้อมเครื่องดื่มหลายชนิดอีกด้วย ส่วนเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตของร้านก็คือ กาแฟ, เครื่องดื่มค็อกเทล และไวน์ เป็นต้น
บริการ : สอบถามโดยตรงจากร้าน
เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น.
ที่อยู่ : G Floor แอชตัน คอนโดมิเนียม สุขุมวิทซอย 38 (BTS ทองหล่อ) กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 02 187 4949
เว็บไซต์ : เฟซบุ๊ก The Booksho



